ทำไมเราถึงควรรีบหาอาชีพสุดท้ายของชีวิต
ทำไมเราถึงควรรีบหาอาชีพสุดท้ายของชีวิต
“อาชีพสุดท้ายของชีวิต”
การใช้ชีวิตของคนในปัจจุบัน และ Lifestyle รูปแบบต่างๆ ที่ถูกแชร์ผ่านโซเชี่ยลมีเดีย ส่งผลให้คนอยากเกษียณเร็ว และ โหยหาความอิสระขึ้นนะครับ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีเป้าหมายว่า อยากเลิกทำงานเร็ว บางคนตั้งไว้อายุ 45 ก็อยากเลิกทำงานแล้ว บางคนอยากทำงานถึงแค่ 60 ก็อยากจะเลิกทำงาน เอาเงินเก็บไปหาความสุขของชีวิต เป้าหมายเหล่านี้ไม่ผิดครับ แต่ส่วนใหญ่ มักเกิดกับคนที่อายุยังไม่เยอะ อยู่ในช่วงอายุ 25-35 ที่คิดว่า ถึงตอนนั้นชีวิตเราน่าจะมั่นคง และทำได้อย่างที่ฝันแล้ว แต่พอเวลาผ่านไป อายุเคลื่อนไปที่ 38-40-45-50....ทุกอย่างเริ่มไม่ง่าย บางคนเพิ่งซื้อบ้านตอนอายุ 35 กว่าจะผ่อนหมด อายุเกือบ 60
แล้วคุณคิดว่าจะหยุดทำงานที่อายุ 45-50 ได้หรือครับ? (แต่ถ้าทำได้ก็เยี่ยมมากๆเลย) บางคนมีเป้าหมาย แต่ไร้ทิศทางในการลงมือทำ รู้ตัวอีกที อายุเกือบจะเลยที่ตั้งเป้าไว้แล้ว แถมยังมีหนี้สิน กว่าจะเคลียร์หนี้หมด เงินเกษียณยังไม่ได้เตรียมซักบาท ถ้ามีลูกช้า ความฝันยิ่งช้าคูณสองเลย
ดังนั้นการตั้งเป้าหมายเรื่องการหยุดทำงานไม่ผิดครับ แต่ต้องมองความเป็นจริง มองภาระปัจจุบัน มองอายุที่เหลืออยู่ในการหาเงินด้วยว่า มีหนทางไหนที่จะทำให้คุณไปถึงฝันไหม? หรือที่จริงแล้ว เราควรยอมรับความจริง และเริ่มมองหาอาชีพสุดท้ายของชีวิตไว้บ้าง... คำว่าอาชีพสุดท้ายไม่ใช่การที่เราต้องทำอาชีพเดียวไปตลอด หรือออกไปทำงานหามรุ่งหามค่ำ จนลูกหลานต้องหามเข้ารพ.
ผมหมายถึงสิ่งที่สร้างรายได้…โดยมีอิสระในการใช้ชีวิต และไม่ต้องทุ่มเทเรี่ยวแรงไปจนหมด ปัจจุบันมีคนรุ่นใหม่บางกลุ่มเลือกที่จะทำอาชีพอิสระ ควบคู่ไปกับการเป็นนักลงทุน เพราะตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้มากกว่า ซึ่งก็มีคนที่ประสบความสำเร็จหลายคน ที่ยังคงทำงานและพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อาชีพสุดท้ายของเค้า คือการเป็นนักลงทุน...
การลงทุนมีหลายแบบนะครับแล้วแต่ความถนัด และความรู้ที่มีติดตัว เพราะสิ่งที่การลงทุนต้องการมากที่สุด ไม่ใช่เงิน แต่คือความรู้ในเรื่องนั้นๆ
ซึ่งถ้าคุณมีโอกาสได้ทำงานที่เกี่ยวข้องกับการเงิน-การลงทุน คุณก็อาจจะมีแต้มต่อที่จะประสบความสำเร็จรวดเร็วมากกว่าคนอื่นหลายเท่า ข้อแม้เดียวของการประสบความสำเร็จคือ “เริ่มให้เร็วครับ” เพราะการลงทุนต้องใช้เวลาเติบโตเหมือนปลูกต้นไม้ หลายคนพลาดตรงนี้ เพราะคิดว่ารอให้เลิกทำงานก่อนค่อยคิด สุดท้ายเงินโตไม่ทัน… และสุดท้ายก็ไม่ได้เลิกทำงาน
การจะเป็นนักลงทุนต้องใช้เวลาเรียนรู้นะครับ คุณถึงจะทำเงินจากมันได้ และค่อยๆให้มันหารายได้จนเติบโตเป็น Passive Income ทดแทนรายได้จากงานหลัก
เมื่อถึงตอนนั้นหากคุณยังมีไฟ มีแรงที่จะทำอาชีพที่คุณรัก คุณจะสามารถทำได้แบบมีความสุขมากขึ้น แล้วเชื่อเถอะครับ จริงๆแล้วความสุขของคนเรา ไม่ได้เกิดจากการที่เราไม่ต้องทำงาน แต่เกิดจากการที่เรามีอิสระที่เราเลือกเองได้ว่า เราจะทำงานเฉพาะที่เราอยากทำต่างหาก นั่นคือการใช้ชีวิตที่มีคุณค่าและมีความสุข
อ่านเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/wdcgroup.official/posts/pfbid031kScLrUin69UhdsvyjnABV3SbN1SXYwiNxpSKcGxvpA53hZes39waxS5YDYQnxNCl